เครื่องมือตั้งชื่อผลิตภัณฑ์

ใส่คำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณด้านล่าง แล้วเครื่องมือตั้งชื่อผลิตภัณฑ์จะคิดค้นชื่อธุรกิจและโดเมนให้กับคุณ

ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ฟรี ด้วยเครื่องมือตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ออนไลน์

การตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ที่ใช่ จะสามารถส่งผลต่อยอดขายสินค้านั้นในเชิงบวก ดึงดูดความสนใจจากลูกค้าได้ และเป็นการต่อยอดให้กับธุรกิจของคุณในระยะยาว โดยชื่อผลิตภัณฑ์นั้น นอกจากที่จะสั้นและจดจำได้ง่ายแล้ว ก็ควรเป็นชื่อที่สามารถสะท้อนถึงอัตลักษณ์ของแบรนด์ได้ด้วย ตัวอย่างเช่น บริษัทขายช็อกโกแลตแบบพรีเมียม อาจจะตั้งชื่อช็อกโกแลตให้โก้เก๋มากกว่าปกติ มากกว่าที่จะอธิบายแค่ว่าสินค้านั้นคืออะไร

ตัวอย่างเช่นคำว่า Double Dark ที่อาจจะยังเป็นชื่อผลิตภัณฑ์ธรรมดาเกินไป แต่สามารถสร้างสรรค์ให้ชื่อน่าหลงใหลมากขึ้นได้เป็น Darker than Night เป็นต้น ธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์ของชื่อผลิตภัณฑ์ จะสามารถสร้างฐานลูกค้าจากเรื่องราวที่น่าสนใจของผลิตภัณฑ์ผ่านชื่อได้ ทำให้มีลูกค้าที่ชอบในสินค้าและแบรนด์กลับมาอุดหนุนซ้ำได้อีกไม่ยาก ต่อไปมาดูกันว่า ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ดีนั้น ควรมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ดีควรเป็นอย่างไร?

ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ดีควรสื่อถึงตัวถึงผลิตภัณฑ์ได้ว่าเป็นสินค้าอะไร มีความเกี่ยวข้องกับสินค้าตัวก่อน ๆ หรือไม่ เชื่อมโยงกับแบรนด์ได้อย่างไร และควรเป็นชื่อที่เหมาะสมสำหรับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคุณ และสามารถดึงดูดความสนใจจากพวกเขาได้ ชื่อสินค้าและแบรนด์ควรเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้กับแบรนด์โดยรวม และเมื่อลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นในแบรนด์ของคุณแล้ว พวกเขาก็จะมอบความจงรักภักดีให้กับแบรนด์ ซึ่งเป็นการเพิ่มยอดขายให้กับสินค้าต่อไปได้ในอนาคต

ความแตกต่างระหว่างชื่อธุรกิจกับชื่อผลิตภัณฑ์

ชื่อธุรกิจและชื่อผลิตภัณฑ์ควรช่วยสนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยตัวอย่างของผลิตภัณฑ์กับแบรนด์ที่แทบจะแยกออกจากกันไม่ได้เลยก็คือแบรนด์อย่าง Google กับผลิตภัณฑ์ภายใต้การดูแลอย่าง Google Adwords, Google Docs, Google Analytics, Google Maps และ Gmail เป็นต้น สังเกตได้ว่าชื่อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ล้วนเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับชื่อแบรนด์ทั้งสิ้น ผ่านการใช้คีย์เวิร์ดเดียวกัน หรือการคิดชื่อผลิตภัณฑ์ที่ใช้ตัวอักษรย่อ G แทน Google เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ชื่อผลิตภัณฑ์กับชื่อธุรกิจก็สามารถมีความแตกต่างกันได้ โดยชื่อผลิตภัณฑ์นั้นสามารถบอกถึงข้อมูล และโฟกัสไปที่การขายมากกว่า แต่ยังยึดมั่นในการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยแบรนด์เป็นมากกว่าชื่อธุรกิจ แต่คือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นผ่านกาลเวลา จากการรับรู้ ความมั่นใจ และประสบการณ์ของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการภายใต้แบรนด์นั้น ๆ อย่างที่เห็นได้ว่าชื่อผลิตภัณฑ์ของ Google บางตัวที่สื่อถึงหน้าที่ของมันได้อย่างชัดเจน อย่างเช่น Google Maps และ Gmail เป็นต้น

การเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์

เป็นปกติของผลิตภัณฑ์ที่มีการออกแบบและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อออกมาเป็นเวอร์ชันใหม่ โดยอาจจะใช้ชื่อเดิม หรือเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์ไปเลย ตัวอย่างของการใช้ชื่อเดิมที่เห็นได้บ่อย ๆ มักจะเป็นอุตสาหกรรมรถยนต์ เช่น Ford Focus ที่ตอนแรกเป็นชื่อของรถยนต์ห้าประตู แต่ตอนนี้มีในรูปแบบของรถเก๋งและรถสปอร์ตด้วย โดยเมื่อลูกค้าเห็นความต่อเนื่องของชื่อ ก็จะมีความคิดว่าผลิตภัณฑ์จะมีความคล้ายกันกับโมเดลรุ่นก่อนหน้า

อย่างรถ Ford Focus รุ่นล่าสุดจะมีคำต่อท้ายว่า SEL, Titanium, RS และ Sedan ซึ่งแต่ละคำเป็นการสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาและปรับเปลี่ยนในผลิตภัณฑ์แต่ละตัว และนอกไปจากชื่อที่มีความต่อเนื่องกันแล้ว ลูกค้ายังเกิดความคาดหวังด้วยว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะมีฟีเจอร์หลายอย่างที่พัฒนาขึ้นมาให้ดีกว่ารุ่นก่อน และเมื่อมีการใช้ชื่อที่แตกต่างกัน ลูกค้าก็คาดหวังผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างออกไปด้วยฟีเจอร์ใหม่ ๆ หรือราคาที่คุ้มค่ากว่า มีคุณภาพที่ดีกว่า หรือมอบประสบการณ์ในการใช้งานที่ดีกว่า

เคล็ดลับการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์

1. ใช้คีย์เวิร์ดอธิบายตัวผลิตภัณฑ์

วิธีตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ที่ง่ายที่สุดก็คือ ตั้งชื่อด้วยการอธิบายชัดเจนไปเลยว่าผลิตภัณฑ์นั้นคืออะไร ใช้สำหรับทำอะไร ซึ่งหลายบริษัทได้นำวิธีนี้ไปใช้ จนชื่อผลิตภัณฑ์มีความคล้ายคลึงหรือเชื่อมโยงกับชื่อบริษัทมาก ตัวอย่างเช่น แผ่นกันกระแทก (Bubble Wrap) ที่คิดค้นขึ้นโดยบริษัท Sealed Air Company เป็นต้น

2. ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ให้อ่านและสะกดได้ง่าย

ชื่อที่สะกดยากจะหาทางโปรโมทผ่านช่องทางออนไลน์ได้ยาก เพราะปกติผู้บริโภคมักจะไม่ตัดสินใจซื้อสินค้าในทันที แต่จะเก็บไว้ก่อน แล้วค่อยค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาก่อนการตัดสินใจซื้อ และชื่อที่สะกดยาก อาจทำให้คุณเสียโอกาสในการที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคุณจะหาคุณเจอตอนเสิร์ชข้อมูลบนโลกออกไลน์ได้ นั่นแปลว่าคุณได้เสียลูกค้าไปอย่างน่าเสียดาย และชื่อที่สะกดหรือจดจำได้ยาก จะทำให้โอกาสที่ลูกค้าใช้ ประทับใจ แล้วบอกต่อ ซึ่งเป็นการโปรโมททางการตลาดแบบลูกโซ่แบบฟรี ๆ นั้นหลุดหายตามไปอีกเช่นกัน

3. ใช้เทคนิคการรวมคำ

ลองใช้เทคนิคการรวมคำเพื่อสร้างชื่อที่ฟังแล้วติดหูมากขึ้น พร้อมมีความหมาย หรือสามารถสื่อถึงผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี ตัวอย่่างเช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ Minipresso ของแบรนด์ Wacaco ที่หมายถึงเครื่องทำกาแฟเอสเปรสโซแบบมินิพกพาสะดวก โดยสร้างสรรค์มาจากคำว่า Mini กับ espresso รวมกัน

4. ตั้งชื่อที่จำได้ง่าย

ชื่อผลิตภัณฑ์ยิ่งยาว ยิ่งจำได้ยาก และสินค้าที่คนลืม ก็หมดโอกาสในการดึงดูดความสนใจ และกลายเป็นสินค้าไม่ทำเงิน แต่ชื่อที่สั้น กระชับ และจดจำได้ง่ายจะทำให้คนรู้สึกคุ้นหูได้อย่างรวดเร็ว และส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าที่เร็วขึ้นด้วย โดยเทคนิคการตั้งชื่อที่ช่วยให้จำได้ง่าย ได้แก่ การใช้สัมผัสอักษร ตัวอย่างเช่น Paypal ที่ใช้การสัมผัสอักษรของเสียงตัว P เป็นต้น คำว่า Pal แปลว่าเพื่อน ซึ่งนอกจากชื่อจะจำได้ง่ายแล้ว ยังมีความหมายที่ดีด้วย เพราะ Paypal ต้องการเป็นเหมือนเพื่อนซี้ที่คอยช่วยให้การชำระเงินออนไลน์ของคุณนั้นง่ายขึ้น

5. ใช้ชื่อที่มีการเปรียบเทียบ

การใช้คำในการเปรียบเทียบจะทำให้ชื่อผลิตภัณฑ์นั้นมีความน่าสนใจมากขึ้น ทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของคุณเข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์จากการเปรียบเทียบได้มากขึ้น และยังเป็นการสร้างสรรค์ในการตั้งชื่อให้มีความแตกต่างได้ด้วย ตัวอย่างเช่น Ford Mustang โดยคำว่า Mustang หมายถึง ม้าป่าที่วิ่งเร็วอย่างเป็นอิสระในทางตะวันตกของอเมริกา โดยการนำมาตั้งชื่อรถเช่นนี้ ก็เพื่อเป็นการเปรียบให้เห็นถึงคุณภาพของรถยนต์ที่เปรียบได้กับม้าชนิดนี้นั่นเอง

6. ใช้ตัวย่อ

หากคุณต้องการที่จะใช้ชื่อยาว ๆ อาจให้ตัวย่อเพื่อทำให้ชื่อผลิตภัณฑ์นั้นสั้นลงและจำได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม ให้พยายามใช้ตัวย่อที่ไม่ยาวจนเกินไป อย่างเช่น RDPEF ที่จดจำได้ยาก แต่ให้ทำให้สั้นเข้าไว้ เพื่อให้จดจำได้ง่าย และยิ่งถ้าสามารถทำให้เป็นคำที่อ่านออกเสียงได้สนุกด้วย ก็ยิ่งทำให้อ่านได้ง่ายและติดหูมากขึ้นไปอีก แม้อาจไม่มีความหมายก็ตาม ตัวอย่างเช่น ABBA

7. ใช้คำกริยา

การใช้คำกริยาเพิ่มเข้าไปในชื่อผลิตภัณฑ์จะช่วยให้เห็นภาพของตัวผลิตภัณฑ์มากขึ้น ตัวอย่างเช่น iPod Touch หรือ iPod Shuffle โดยคำว่า touch แปลว่าสัมผัส ส่วนคำว่า shuffle แปลว่าการเปลี่ยน ซึ่งในกรณีนี้หมายถึงการเล่นเพลงใหม่แบบสุ่มโดยไม่เรียงเพลง โดยกริยาสองคำนี้ทำหน้าที่ในการอธิบายจุดเด่นของตัวผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยให้คนจดจำตัวผลิตภัณฑ์ได้ง่ายขึ้นด้วย

8. เชื่อมต่อทางอารมณ์ของผู้บริโภค

สินค้าที่มีการตั้งชื่อที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกของบริโภคในเชิงบวกได้ก็เป็นชื่อผลิตภัณฑ์ที่ดีเช่นกัน ตัวอย่างเช่น Huggies ซึ่งเป็นยี่ห้อผ้าอ้อมเด็ก แม้ชื่อไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผ้าอ้อมเด็กโดยตรง แต่ชื่อสามารถกระตุ้นอารมณ์เชิงบวกให้กับผู้ซื้อได้ เพราะคนส่วนมากชอบการกอด ซึ่งอาจหมายถึงการกอดลูกรักของพวกเขา ทำให้ชื่อนี้สามารถเชื่อมโยงกับตัวผู้บริโภคที่เป็นเหล่าผู้ปกครองได้ ทำให้แทนที่จะใช้ชื่อที่หมายถึงสิ่งที่ใช้รองรับของเสียจากร่างกาย กลายมาเป็นชื่อที่ฟังแล้วดูน่ารักแทน

9. นึกถึงกลุ่มตลาดเป้าหมาย

การตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ที่ดี ควรคำนึงถึงลูกค้าเป้าหมายว่า พวกเขาต้องการซื้อสินค้าแบบไหน และทำอย่างไรพวกเขาถึงจะซื้อสินค้าของคุณ ตัวอย่างเช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ Neospectra เป็นชื่อของเป็นเครื่องมือวัดแสงแบบพกพา โดยชื่อเชิงวิทยาศาสตร์ที่เจาะจงเช่นนี้ เหมาะอย่างมากสำหรับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่หลงใหลหรือทำงานในด้านวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ แต่ชื่อที่เจาะจงแบบนี้ก็ไม่สามารถนำมาตั้งชื่อสินค้าทั่วไปได้เช่นกัน เป็นต้น การตั้งชื่อให้ตอบรับกับผู้บริโภคและกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของคุณจึงสำคัญ เพราะนั่นจะทำให้ผลิตภัณฑ์ของคุณเข้าถึงพวกเขาได้ง่ายขึ้น

และเมื่อคุณได้ชื่อที่ต้องการแล้ว ก็ควรมีการตรวจสอบในคลังข้อมูลออนไลน์ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และข้อมูลเครื่องหมายการค้าได้จากเว็บไซต์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาก่อนด้วยว่า เคยมีคนนำไปจดเป็นชื่อบริษัทหรือเครื่องหมายทางการค้าแล้วหรือยัง เพื่อป้องกันไม่ให้มีปัญหาด้านกฎหมายตามมาในภายหลัง

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านจะได้เทคนิคในการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ไปไม่มากก็น้อย การจะออกผลิตภัณฑ์ตัวใดตัวหนึ่งออกมาต้องผ่านขึ้นตอนมากมาย และใช้ต้นทุนจำนวนมาก เพื่อให้การเปิดตัวผลิตภัณฑ์นั้นส่งเสริมยอดขายได้เป็นอย่างดี ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ใช่จึงมีความสำคัญมาก หลายครั้งที่หลายธุรกิจเสียเวลาในการค้นหาชื่อที่ดี ๆ มากมาย สุดท้ายทำให้เสียเวลา เพราะไม่ได้นำเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมาช่วยลดภาระตรงนี้ 

ยังต้องการตัวช่วยในการคิดชื่อผลิตภัณฑ์ที่ใช่อยู่ใช่ไหม? เครื่องมือตั้งชื่อผลิตภัณฑ์จาก Business Name Generator เป็นตัวช่วยตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ฟรี เพียงแค่ใส่คีย์เวิร์ดในรายการที่คุณจัดเตรียมไว้ลงไปแล้วคลิกสร้าง แล้วระบบจะทำการประมวลผลแล้วนำเสนอชื่อผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจหลายร้อยรายการให้กับคุณ หากชอบชื่อไหน ก็สามารถคลิกดูเพิ่มเติมในแต่ละรายการได้เลยว่ายังมีชื่อโดเมนที่ยังว่างอยู่ไหม เพื่อที่จะได้จดโดเมนไว้สำหรับพัฒนาเว็บไซต์สำหรับโปรโมทผลิตภัณฑ์นั้นต่อไป