ระบบตั้งชื่อผลิตภัณฑ์

ตั้งไอเดียชื่อให้ผลิตภัณฑ์ของคุณด้านล่างนี้

สร้างเว็บไซต์ของคุณเองได้ฟรี!

เครื่องมือสร้างเว็บไซต์ของ GoDaddy ช่วยให้คุณสร้างและปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณเองได้อย่างง่ายดาย ด้วยเครื่องมือแบบลากและวาง

ชื่อพรีเมียมเพื่อปั้นธุรกิจให้คุณ

รังสรรค์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์และดีไซเนอร์มืออาชีพ

ดูชื่อพรีเมียมเพิ่มเติมที่ Domainify

คู่มือตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ฉบับเต็ม

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อแอชลีย์ (ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์) ฉันจะพาคุณไปพบกับวิธีตั้งชื่อผลิตภัณฑ์นะคะ

ทำไมการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ให้เป๊ะถึงสำคัญนัก  ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ดีควรช่วยเพิ่มยอดขายและควรช่วยพัฒนาต่อยอดแบรนด์ของคุณได้ด้วย เป็นโอกาสในการใส่รายละเอียดที่สร้างสรรค์ช่วยดึงดูดกลุ่มเป้าหมายของคุณได้ดี ขณะเดียวกันก็จับความสนใจและกระตุ้นการตอบรับเชิงบวกอีกด้วย ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ดีต้องให้ข้อมูลเป็นหลักโดยสะท้อนถึงลักษณะของแบรนด์คุณไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ชื่อเรียบ ๆ อาจทำให้เสียโอกาสและศักยภาพในการพัฒนาแบรนด์ ตัวอย่างเช่นบริษัทบ็อกโกแลตหรูอาจจะตั้งชื่อช็อกโกแลตว่า Double Dark  แต่จะน่าหลงใหลกว่าไหมหากตั้งชื่อเป็นแนว ‘Darker than Night’ ชื่อนี้ยังคงรายละเอียดอย่างดี แต่มีความหมายที่น่าสนใจกว่าเพราะบอกเป็นนัยว่ามันมีอะไรที่แตกต่าง ลึกลับ และน่าหลงใหลกว่าสำหรับผลิตภัณฑ์ตัวนี้ บริษัทที่เก่งด้านนี้ บริษัทที่ใส่ใจกับความสร้างสรรค์ของชื่อผลิตภัณฑ์จะสามารถสร้างฐานลูกค้าที่กลับมาซื้ออีกได้ไม่ยากเลย

คู่มือการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์นี้จะช่วยให้คุณคิดอะไรมากกว่าแค่ชื่อ เราจะไปดูกันถึงจุดมุ่งหมายของแบรนด์ ตลาดเป้าหมาย ความสนในของกลุ่มเป้าหมาย  การวิเคราะห์ชื่อของคู่แข่ง ระดมความคิดไอเดียต่าง ๆ และดูแรงบันดาลใจของชื่อผลิตภัณฑ์

Generating business name ideas

ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ดีควรเป็นอย่างไร

ชื่อผลิตภัณฑ์ที่ดีมีหลายแง่มุม เราได้เขียนทุกอย่างที่คุณอยากรู้ในกระบวนการมาไว้ที่ด้านล่างนี้แล้ว

อย่างแรกคือชื่อต้องขายผลิตภัณฑ์เราได้ ในประเด็นนี้ก็ต้องไปดูกันที่กลุ่มเป้าหมายของคุณและถามตัวเองว่าชื่อนี้โดดเด่นหรือไม่ ถ้าคุณแตกต่าง มีจุดขายที่เป็นเอกลักษณ ก็จะอยากให้สินค้าของคุณมีชื่อที่แตกต่าง ใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ที่โฟกัสตรงจุดที่ทำให้มันมีความพิเศษ

ชื่อนี้บอกหรือเปล่าว่าสินค้าคืออะไร มันมีความเกี่ยวข้องกับสินค้าตัวก่อน ๆ และแบรนด์ของคุณหรือไม่ อย่างไร ลูกค้ามีแนวโน้มจะซื้อสิ่งที่ตนรู้ว่ามันคืออะไร หากคุณสุ่มเลือกใช้ชื่อก็ต้องพึ่งลักษณะเฉพาะของแบรนด์เพื่อแจ้งและดึงดูดให้คนซื้อ หากคุณเป็นแบรนด์ใหญ่ ๆ ที่ผลิตรถยนต์หรือคอมพิวเตอร์อย่างฟอร์ดหรือ HP เรื่องนี้คงไม่ใช่ปัญหาอะไร แต่หากคุณเป็นเจ้าที่เล็กกว่านั้น ผู้คนจะสัมผัสแบรนด์ของคุณได้ผ่านชื่อสินค้าที่คุณตั้ง ชื่อจึงต้องบอกข้อมูลและชวนให้หลงใหลด้วย

ชื่อนี้สร้างความเชื่อมั่นในตัวแบรนด์หรือไม่ แบรนด์และสินค้าควรเข้ากันอย่างดีเพื่อช่วยโปรโมตและสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในตัวแบรนด์และเกิดความภักดีต่อแบรนด์ และช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโต รวมถึงเพิ่มยอดขายให้สินค้าในอนาคต

Shortlisting business name ideas

ความแตกต่างระหว่างชื่อธุรกิจกับชื่อผลิตภัณฑ์

ชื่อธุรกิจและชื่อผลิตภัณฑ์ควรไปด้วยกันได้ดี หมายความว่าชื่อทั้งสองต้องช่วยสนับสนุนกันและสร้างโพรไฟล์ให้กันและกัน

ตัวอย่างน่าสนใจแสดงถึงประสิทธิภาพจนทำให้ผลิตภัณฑ์กับแบรนด์นั้นแทบจะแยกจากกันไม่ได้ ตัวอย่างเช่น Google คือแบรนด์ ตัวธุรกิจคือชื่อ Google และผลิตภัณฑ์หลักคือ Google Chrome อย่างไรก็ตามทาง Google ทำอะไรที่มากกว่าแค่ Google Chrome เช่น Google Adwords, Google Docs, Google Analytics, Google Maps, Gmail พวกนี้คือผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายใต้แบรนด์ Google ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม ชื่อผลิตภัณฑ์กับชื่อธุรกิจก็มีความแตกต่างที่ชัดเจน ชื่อผิตภัณฑ์ควรบอกถึงข้อมูลมากกว่า โฟกัสที่การขายมากกว่า โดยที่ยังยึดมั่นและสนับสนุนเอกลักษณ์ของแบรนด์ด้วย ชื่อธุรกิจคือแบรนด์ที่สร้างขึ้นผ่านการรับรู้ ความคาดหวัง และประสบการณ์ของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการภายใต้แบรนด์

ดังนั้น Google จึงเป็นชื่อที่สั้นแและเหมาะเป็นชื่อแบรนด์ Google ไม่มีความหมายที่แท้จริงแต่มีความเกี่ยวข้องกับแนวคิดของแบรนด์ ชื่อนี้มาจากคำว่า googol หรือหน่วยตัวเลขที่มีเลข 1 แล้วตามด้วยเลข 0 หนึ่งร้อยตัว ผลิตภัณฑ์ของ Google อย่าง Maps อธิบายการใช้งานของผลิตภัณฑ์ไว้อย่างชัดเจน

Getting feedback on business name ideas

การเปลี่ยนชื่อผลิตภัณฑ์

เวลาพัฒนาผลิตภัณฑ์ก็จะมีการออกเวอร์ชั่นใหม่ออกมา ทำให้มีกลยุทธ์พื้นฐานให้เลือกสองอย่างเวลาตั้งชื่อ

หนึ่งคือใช้ชื่อเดิม บริษัทรถยนต์มักทำแบบนี้กันบ่อย ตัวอย่างคือฟอร์ด โฟกัสก็มีหลายรูปแบบ ตอนแรกเป็นรถห้าประตูท้ายตัด แต่ตอนนี้ฟอร์ดโฟกัสมีทุกรูปแบบตั้งแต่รถสปอร์ตจนถึงเก๋ง

กลยุทธ์ที่สองคือใช้ชื่อใหม่ไปเลยสำหรับเวอร์ชั่นใหม่ ตัวอย่างที่เหมาะมากคือ Nintendo Wii ที่มี N64 และ GameCube ออกมาก่อนหน้า

เมื่อลูกค้าเห็นความต่อเนื่องของชื่อก็จะคาดหวังว่าผลิตภัณฑ์จะมีความคล้ายกันกับโมเดลรุ่นก่อนหน้า อย่างรถฟอร์ดโฟกัสรุ่นล่าสุดจะมีคำต่อท้ายว่า SEL, Titanium, RS, Se Sedan ซึ่งคำต่อท้ายแต่ละคำจะสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงและความแตกต่างเล็ก ๆ ระหว่างผลิตภัณฑ์แต่ละตัว ความต่อเนื่องของชื่อนั้นเป็นการประกันคุณภาพด้วย นอกจากนั้นลูกค้าก็จะเกิดความคาดหวังว่าผลิตภัณฑ์จะมีฟีเจอร์หลายอย่างที่พัฒนามาดีกว่าเก่า

เมื่อลูกค้าเห็นชื่อใหม่จะคาดหวังว่าเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่แตกต่างออกไป แต่มีฟีเจอร์ใหม่ด้วย และคนก็จะเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์นี้มีความเสี่ยงมากกว่าผลิตภัณฑ์ในรุ่นต่อไป อย่างไรก็ตาม นั่นอาจหมายความว่ามันคุ้มค่ากว่า คุณภาพมากกว่า หรือผู้ใช้งานจะมีประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่า

ยกตัวอย่าง PlayStation ที่ใช้การต่อเนื่องของชื่อแบรนด์ คนก็จะคาดหวังให้ผลิตภัณฑ์คงลักษณะส่วนใหญ่ให้เป็นแบบเดิมแต่ดีกว่าเดิม พร้อมฟีเจอร์ใหม่ ๆ นิดหน่อย เมื่อเทียบกับ Nintendo แล้ว ได้เปิดตัวคอนโซลใหม่โดยใช้ชื่อใหม่ไปเลย เช่นชื่อคอนโซลใหม่ N64 กับ Wii หมายความว่ากลุ่มลูกค้าจะคาดหวังประสบการณ์การใช้งานที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริง การเปลี่ยนชื่อไปเลยนั้นสื่อว่ารุ่นใหม่นี้แตกต่างและเป็นคนละเรื่องกับคอนโซลรุ่นเก่านั่นเอง

10 เคล็ดลับวิธีตั้งชื่อผลิตภัณฑ์

ในส่วนนี้ ฉันจะพาไปชมเคล็ดลับและวิธีการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์นะคะ

  • 1. อธิบายตัวผลิตภัณฑ์: วิธีตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ที่ง่ายที่สุดคือตั้งชื่อที่อธิบายชัดเจนไปเลยว่าผลิตภัณฑ์นั้นทำอะไร หลายบริษัทใช้วิธีนี้ได้ดีมากจนชื่อบริษัทมีความหมายใกล้เคียงกับชื่อผลิตภัณฑ์ ตัวอย่างเช่น Bubble Wrap บับเบิลแวรปคิดค้นโดยบริษัท Sealed Air Company และนั้นก็เป็นสินค้าที่บริษัทนี้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า Jet Ski ก็อีกอันหนึ่ง ที่จริงเจ็ทสกีเป็นชื่อแบรนด์ ถ้าไม่ใช่เจ็ทสกีที่ Kawasaki Heavy Industries เป็นคนผลิต เจ็ทสกีก็เป็นเพียงพาหนะทางน้ำแบบส่วนตัว,
  • 2. ตั้งให้อ่านออกเสียงและสะกดง่าย: ถ้าเป็นชื่อที่สะกดยากก็จะหาผ่านช่องทางออนไลน์ได้ยาก บางทีคนเราก็ไม่ได้ตัดสินใจซื้อสินค้าทันที แต่จะเห็นบางอย่าง นำไปคิด ค้นข้อมูล แล้วจึงซื้อ แต่ถ้าจำการสะกดชื่อไม่ได้ก็จะไปค้นข้อมูลไม่ได้ แล้วก็จะไม่ซื้อค่ะ ถ้ามันออกเสียงยากก็เช่นกัน ลูกค้าจะนำไปบอกใครไม่ได้ ทำให้เสียความเป็นไปได้ที่สินค้าจะเติบโตจากการบอกต่อ
  • 3. ใช้การรวมคำ: เมื่อนำคำสองคำที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์มารวมกันก็จะได้คำที่ติดหูและสื่อถึงผลิตภัณฑ์ได้อย่างดีค่ะ ตัวอย่างเจ๋ง ๆ อันหนึ่งก็คือ Minipresso ของ Wacaco ซึ่ง Minipresso ก็คือเครื่องทำกาแฟเอสเปรสโซแบบมินิพกพาสะดวกนั่นเอง ชื่อนี้ก็ได้มาจากการรวมคำว่า mini กับคำว่า espresso ค่ะ
  • 4. ตั้งชื่อให้โลกจำ: ชื่อยิ่งยาวยิ่งจำยาก สินค้าที่คนลืมจะขายได้ไม่ดีเท่าสินค้าที่ดึงความสนใจคนได้รวดเร็วและทำให้ติดใจ เทคนิคในการตั้งชื่อให้โลกจำก็มีอยู่ เช่น การใช้สัมผัสอักษร ตัวอย่างเด่น ๆ ก็เช่น Paypal สัมผัสอักษรของเสียงตัว P มันจะดังก้องติดหัว ที่จริงทาง Paypal จะใช้ชื่ออะไรก็ได้มากมาย แต่จะมีไม่กี่ชื่อที่จะติดหูและจำฝังหัวแบบนี้ แถมชื่อนี้ยังอธิบายให้เข้าใจด้วยว่ามันคือบริการอะไร นั่นก็คือมันทำให้การชำระเงินง่ายขึ้น เป็นมิตรมากขึ้น
  • 5. ลองใช้คำอุปมา: การคิดชื่อแนว ๆ ที่จะอธิบายสินค้าของคุณได้นั้นอาจยากพอสมควรถ้าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นไม่มีเอกลักษณ์จริง ๆ ลองคิดดูว่าคุณจะใช้คำอุปมาในการอธิบายถึงสินค้าของคุณได้อย่างไร ตัวอย่างในที่นี้คือ Ford Mustang ค่ะ Mustang คือม้าป่าที่วิ่งเร็วอย่างเป็นอิสระทางตะวันตกของอเมริกา การตั้งชื่อรถว่ามัสแตงนี้ ทางฟอร์ดได้เก็บทุกอณูแก่นสารของคำนั้นและนำไปผูกกับผลิตภัณฑ์ผ่านคำอุปมาได้อย่างลงตัว
  • 6. ใช้ตัวย่อ: การใช้ตัวย่ออาจเป็นวิธีที่เหมาะกับการย่อชื่อสินค้ายาว ๆ ให้สั้นลงและจำง่าย แต่อันนี้ต้องระวังนิดนึงคือถ้าทำเป็นตัวย่อแล้ว อย่าทำให้จำยาก ตัวอย่างเช่น จะไม่มีใครจำสินค้าที่ชื่อ RDPEF ทำให้สั้นเข้าไว้ ให้ดีก็ควรทำเป็นคำที่อ่านออกเสียงได้ดูสนุกด้วยแม้ไม่มีความหมาย เช่น ABBA
  • 7. ใช้คำกริยา: การใช้คำกริยาอธิบายตัวผลิตภัณฑ์อาจช่วยทำให้โลกจำมันได้มากขึ้น อย่างเช่น iPod Touch หรือ the iPod Shuffle กริยาคำว่า touch ที่แปลว่าสัมผัส และคำว่า shuffle ที่ในกรณีนี้แปลว่าเล่นเพลงใหม่แบบสุ่ม/ไม่เรียงเพลง กริยาสองคำนี้อธิบายจุดขายเด่นของตัผลิตภัณฑ์ ทำให้จำง่ายนั่นเอง หรือคุณยังสามารถตั้งชื่อผลิตภัณฑ์มาก่อนแล้วค่อยทำให้ชื่อนั้นเป็นกริยาภายหลังด้วยอย่างคำว่า Google ที่ตอนนี้เป็นคำกริยาไปแล้ว แปลว่า ค้นหาทางอินเตอร์เน็ต วิธีนี้ใช้ได้ผลที่สุดกับชื่อผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่มีความหมาย ลองนึกถึง Skype กับ Shazam ดูค่ะ
  • 8. นึกถึงอารมณ์การตอบรับของผู้บริโภค: สินค้าที่ดีจะทำให้ผู้บริโภคเกิดการตอบรับทางอารมณ์บางอย่าง เช่น Huggies เป็นยี่ห้อผ้าอ้อมเด็ก แต่ชื่อบอกอยู่ว่ามันมีอะไรมากกว่าแค่ผ้าอ้อม ชื่อนี้กระตุ้นให้เกิดอารมณ์เชิงบวกเพราะคนส่วนมากชอบการกอด (้hug) ชอบอะไรที่นุ่มนิ่มน่ารักอย่างเด็กตัวน้อย ๆ ชื่อนี้ทำให้สิ่งที่จะไปรองรับของเสียจากร่างกายกลายเป็นอะไรที่น่ารักแทน
  • 9. นึกถึงกลุ่มตลาดเป้าหมาย: ผู้ชมเป้าหมายของคุณคือใครบ้าง ทำไมพวกเขาถึงจะซื้อสินค้าของคุณ ลองนึกดูว่ากลุ่มเป้าหมายของคุณจะต้องการซื้ออะไร ถ้าผลิตภัณฑ์ของคุณเป็นสินค้าด้านเทคโนโลยีที่ฉลาด ๆ เจาะกลุ่มผู้บริโภคแบบเฉพาะมาก ก็ควรตั้งชื่อให้ฉลาดเพื่อดึงดูดคนกลุ่มนั้น ตัวอย่างเช่น Neospectra เป็นเครื่องมือวัดแสงแบบพกพา เจาะกลุ่มที่ทำงานพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ของธุรกิจขนาดใหญ่ ชื่อนี้เป็นวิทยาศาสตร์และมีส่วนเกี่ยวข้องกับจุดขายของผลิตภัณฑ์ด้วย ชื่อแบบนี้คงไม่น่าดึงดูดธุรกิจ B2C เท่าไรนัก ถ้าทำได้ ลองขอฟีดแบ็กด้านไอเดียชื่อสินค้าจากลูกค้าของคุณดูค่ะ
  • 10. Tลองทดสอบชื่อ: ลองนำชื่อนี้ไปใส่ในบริบทสินค้า เช่น มันจะดูหน้าตาเป็นอย่างไรเมื่อนำไปใส่ในแค็ตตาล็อกหรือหน้าเว็บไซต์ของคุณ มันเข้ากับแบรนด์คุณไหม หรือดูแปลกไม่เข้าพวก ลองอ่านออกมาให้เต็มประโยค มันเข้ากันไหม

แรงบันดาลใจชื่อผลิตภัณฑ์

ยังต้องการความช่วยเหลือในการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ที่เพอร์เฟ็กต์ไหม นี่เป็นไอเดียที่จะช่วยให้คุณคิดอย่างลื่นไหลมากขึ้นค่ะ

หยิบกระดาษมาแผ่นหนึ่งและเริ่มเขียนคีย์เวิร์ดและไอเดียที่แวบเข้ามาในหัวเมื่อนึกถึงผลิตภัณฑ์ของคุณ ลองแยกคำและวลีเหล่านั้นเป็นหมวดหมู่ จากนั้นให้ค้นกูเกิลหาคำที่มีความหมายคล้ายคลึงกัน ความหมายตรงข้ามกัน หรือสำนวนที่น่าสนใจจากการสร้างคีย์เวิร์ดและไอเดียที่มีความเกี่ยวข้อง

เมื่อได้ลิสต์รายการมาแล้ว ลองรวมคำและไอเดียเข้าด้วยกันโดยอิงจากคำแนะนำ 10 ส่วนแรกของบทความนี้ ลองใช้ระบบตั้งชื่อของเราเพื่อหาไอเดียชื่อผลิตภัณฑ์นับพันชื่อ เพียงพิมพ์คีย์เวิร์ดลงไป ระบบก็จะสร้างชื่อที่เกิดจากการรวมคำให้โดยอัตโนมัติ

ตัวอย่างเช่น หากคุณเปิดบริษัทอุปกรณ์การเกษตรและเพิ่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้เป่าใบไม้ ลิสต์รายการของคุณก็อาจจะเริ่มจากอะไรประมาณนี้ค่ะ:

Leaf

Blower

Garden

Flower

Gardening

Yard

Work

Grass

Flower

Clear

Deleaf

Declutter

Easy Leaf

ตั้งชื่อธุรกิจไม่ซ้ำใครด้วยระบบตั้งชื่อธุรกิจของเรา!

Share your business name ideas
guest
0 Comments