ระบบตั้งชื่อผลิตภัณฑ์

ตั้งไอเดียชื่อให้ผลิตภัณฑ์ของคุณด้านล่างนี้

สร้างเว็บไซต์ของคุณเองได้ฟรี!

เครื่องมือสร้างเว็บไซต์ของ GoDaddy ช่วยให้คุณสร้างและปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณเองได้อย่างง่ายดาย ด้วยเครื่องมือแบบลากและวาง

ชื่อพรีเมียมเพื่อปั้นธุรกิจให้คุณ

รังสรรค์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์และดีไซเนอร์มืออาชีพ

ดูชื่อพรีเมียมเพิ่มเติมที่ Domainify

Writer Ashley

แอชลีย์ ส.
ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์และการตลาด

เราจะตั้งชื่อแบรนด์อย่างไร

สวัสดีค่ะ ฉันแอชลีย์ (ผู้เชี่ยวชาญการสร้างแบรนด์) ฉันจะมาบอกคุณถึงวิธีการคิดตั้งชื่อแบรนด์เจ๋ง ๆ ค่ะ

การพัฒนาชื่อแบรนด์ที่ดีมันมีมากกว่าแค่ผุดไอเดีย ในบทความนี้ เราจะดูทุกอย่างตั้งแต่เป้าหมายของแบรนด์ กลุ่มตลาดเป้าหมาย จุดยืนที่แบรนด์ต้องการ และดูว่าความสนใจของกลุ่มเป้าหมายคุณส่งผลต่อการตั้งชื่ออย่างไร เราจะวิเคราะห์ว่าอะไรที่ทำให้แบรนด์เป็นแบรนด์ที่ดี ดูตัวอย่างชื่อแบรนด์ที่ดีที่สุด ระดมไอเดีย และมอบแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อแบรนด์กับคุณ

การตั้งชื่อแบรนด์นั้นต้องค้นคว้าไม่น้อย นอกจากจะควรเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ของคุณแล้ว ชื่อยังต้องสื่อถึงบริบทที่ลึกกว่านั้นจนสามารถจับแก่นแท้ของธุรกิจได้ ชื่อต้องสามารถระบุข้อความที่ครอบคลุมธุรกิจและยังต้องจำง่ายอีกด้วย เมื่อคนเห็นแบรนด์ปุ๊บก็ควรไปกระตุ้นการตอบรับเชิงบวกได้ทันที

ชื่อแบรนด์ที่ดีควรเป็นเช่นไร:

  • มีเอกลักษณ์และโดดเด่นเหนือคู่แข่ง
  • ออกเสียงง่าย จำง่าย ไม่สับสนกับแบรนด์อื่น
  • มีความเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ นำเสนอไอเดียเกี่ยวกับจุดประสงค์ ผลประโยชน์และคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ทางบริษัทผลิต

เมื่อคิดชื่อแบรนด์ได้แล้ว ก็ต้องคิดด้วยว่ามันจะเป็นอย่างไรเวลาจะนำไปแปลเป็น ภาษาอื่น แปลดีแล้วหรือยัง และความหมายได้เปลี่ยนไปไหม

Getting feedback on business name ideas

วิธีตั้งชื่อแบรนด์

เวลาตั้งชื่อแบรนด์ ต้องคิดมากกว่าแค่ชื่อนะคะเราต้องพิจารณาถึงเป้าหมายของแบรนด์และกลุ่มตลาดเป้าหมายด้วย คู่แข่งของคุณไปได้สวยได้อย่าไร และคุณจะทำได้ดีกว่าพวกเขาได้อย่างไร

  1. เริ่มจากการสร้างลิสต์คำที่เกี่ยวและครอบคลุมภาพลักษณ์ของแบรนด์ จากนั้นนำคำเหล่านั้นไปพิจารณาถึงความหมายแฝงและความหมายโดยนัยว่า ดูว่ามันตรงกับจุดประสงค์ของคุณหรือยัง มีคำอื่น คำพ้อง คำตรงข้ามที่ดีและเข้ากันกว่านั้นหรือไม่
  2. เมื่อได้ลิสต์รายการคำมาแล้วก็ลองตัดคำที่อาจมีความหมายแฝงทางลบค่ะ จากนั้นตัดคำที่ไม่คุ้นเคยและออกเสียงยากออกไป แล้วก็ลองคิดว่าคำเหล่านั้นจะเป็นที่รู้จักในต่างประเทศแล้วได้ผลอย่างไร
  3. จากนั้นนำคำที่คุณชอบมาและสร้างลิสต์ไอเดียชื่อออกมาเยอะ ๆ
  4. ลองไล่ดูลิสต์นี้พร้อมเก็บเป้าหมายของแบรนด์ไว้ในใจ อันไหนไม่ใช่ก็ตัดทิ้งเด็ดขาดไปเลย อย่าลืมว่าชื่อในลิสต์ต้องถูกกฎหมาย มีเอกลักษณ์ และสามารถนำไปสร้างสื่อโซเชียลกับเว็บโดเมนได้
  5. นำชื่อที่เหลือไปขอความเห็นจากคนอื่น การค้นคว้าจากผู้บริโภคช่ยได้มากในจุดนี้
  6. คุณคงอยากรู้ด้วยว่าคนจะเห็นแบรนด์นี้อย่างไร การตลาดแบบไหนที่คุณสามารถทำได้เพื่อทำจุดประสงค์ของแบรนด์ได้สำเร็จ และนั่นเข้ากับชื่ออย่างไรบ้าง
  7. ทำกระบวนการนี้ซ้ำ ๆ จนกว่าจะเจอกับชื่อที่รู้สึกว่าใช่ อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือเพียงไม่กี่ชั่วโมง อย่าเร่งนะคะ ขอความเห็นคนอื่นดู ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็จดทะเบียนชื่อได้เลย
Shortlisting business name ideas

เคล็ดลับในการตั้งชื่อแบรนด์

แบรนด์ที่ดีควรมีความเกี่ยวข้องกับตัวผลิตภัณฑ์ ดึงดูดความสนใจ มีเอกลักษณ์ และสร้างแรงบันดาลใจ ควรมี คุณลักษณะและการเชื่อมโยงประกอบรวมกันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

1. อะไรทำให้แบรนด์ของคุณแกร่ง

แบรนด์ก็เหมือนคำสัญญา ที่ทำให้คนมั่นใจได้ว่าสินค้าที่ผลิตจากบริษัทนี้จะดีตามที่คาดหวัง มันคือคำสัญญาในแง่ของคุณภาพและดีไซน์ ไม่ใช่แค่สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ค่ะ

แบรนด์สื่อผ่านหลายสิ่งหลายอย่างที่สามารถบ่งบอกถึงลักษณะของแบรนด์ได้“ผู้คนจะใช้แบรนด์เพื่อจำแนกสิ่งที่ตนเลือก”.[1] แบรนด์ที่แกร่งจะเป็นแบรนด์ที่ทำให้คนรู้ว่าบริษัทนี้สื่ออะไร นำเสนออะไร เมื่อเวลาผ่านไปแบรนด์จะทำให้การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคง่ายขึ้นด้วยการทำให้กระบวนขั้นตอนการซื้อเรียบง่ายขึ้น

“แบรนด์ถูกสร้างขึ้นผ่านกาลเวลา ด้วยความประทับใจที่คน ๆ หนึ่งมีต่อบริษัท สินค้า หรือบริการ และจะมั่นคง (หรือถูกทำลายไป) ด้วยประสบการณ์”[1]

การสำรวจหนึ่งพบว่า “ผู้ให้การสำรวจกว่า 50% เลือกสินค้าและบริการเฉพาะจากแบรนด์หนึ่เท่านั้น”[1]

ไอเดียแบรนด์แบบนี้สร้างขึ้นจากหลายอย่างรวมกันที่ผู้บริโภคเห็น ตัวอย่างเช่น ผู้บริโภคหลายคนจะสัมผัสได้ถึงหลักจริยธรรมที่แฝงเป็นนัยเมื่อซื้อสินค้าจากแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง แบรนด์ที่คนรู้กันว่าใช้แรงงานเด็กในการผลิต แม้สินค้าจะราคาถูกกว่า ก็จะได้รับผลกระทบจากกระบวนการผลิตที่ผิดหลักจริยธรรมอย่างชัดเจน

แบรนด์คือหน้าตา คือลักษณะของธุรกิจ และแบรนด์ที่ดีคือสิ่งที่ผู้บริโภคสามารถเชื่อมต่อได้ถึงระดับอารมณ์

2. นึกถึงจุดยืนของแบรนด์

จุดยืนของแบรนด์เป็นส่วนสำคัญหลักในกลยุทธ์ทางการตลาดของคุณ คุณต้องให้สนใจความต้องการของลูกค้า“เพื่อสร้างแบรนด์ที่ทัดเทียมกับเจ้าอื่นได้” [1]

ตลาดค้าปลีกปัจจุบัน ผู้บริโภคจะเห็นแบรนด์และสินค้าเต็มไปหมด”[1] ฉะนั้นถ้าคุณอยากมีตัวตนขึ้นมาก็ต้องมองความคล้ายและความต่างระหว่างตัวเองกับคู่แข่งให้ออกเพื่อให้คุณโดดเด่นจากคนอื่นและสร้างความภักดีต่อแบรนด์ การสร้างจุดยืนให้กับแบรนด์อย่างชาญฉลาดจะทำให้คุณเข้าหาและพูดคุยกับกลุ่มตลาดเป้าหมายได้อย่างดี

นึกถึงกลุ่มผู้บริโภคของคุณและเทรนด์ปัจจุบันของกลุ่มนั้นค่ะ จากนั้นลองคิดดูว่าคนกลุ่มนี้เชื่อมโยงไปถึงอะไรบ้าง ตัวอย่างเช่นถ้าเป็นกลุ่มผู้บริโภคอาหารออร์แกนิก คุณอาจจะแจกสูตรอาหารเพื่อสุขภาพ ถามตัวเองดูค่ะว่ากลุ่มตลาดเป้าหมายนี้มีความสนใจในด้านใด และแบรนด์ประเภทไหนที่พวกเขาจะอยากมีส่วนร่วมและเพราะอะไร

อย่างดิสนีย์มีจุดยืนของแบรนด์ที่ชาญฉลาดมาก โลโก้ของดิสนีย์ก็มีการนำไปใช้ใหม่มากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่คงไว้คือความงดงามและความลูกเล่นแบบสดใส ดิสนีย์ทำให้เรานึกถึงแอนิเมชั่นสนุก ๆ และเทพนิยายที่มีใครก็รู้จัก ประกายศิลปะแสนสดใสนี้มุ่งเป้าที่เด็ก ๆ แต่สำหรับคนที่อายุมากกว่าก็ทำให้เห็นถึงความมีเอกลักษณ์และตัวตนที่ชัดเจนจนทำให้หวนคิดถึงวัยเด็กได้เช่นกัน นั่นยังเผยให้เห็นความเจาะจงที่จำเพาะมากของดิสนีย์นั่นก็คือแอนิเมชั่นด้วย สมมติว่าทางดิสนีย์ได้ทำโลโก้ที่น่าเบื่อ ใช้ฟอนต์จืดชืดก็คงไม่สามารถเจาะกลุ่มตลาดได้แบบนี้ และไม่ได้รับการตอบสนองทางอารมณ์เชิงบวกได้แบบนี้ค่ะ

3. จำเอกลักษณ์ของแบรนด์ไว้ให้ขึ้นใจ

กล่าวโดยสรุป เอกลักษณ์ของแบรนด์ก็คือวิธีที่องค์กรนั้น ๆ แสดงตัวของตัวเองออกมา เป็นเอกลักษณ์ที่สร้างขึ้นจากองค์ประกอบที่เน้นลักษณะเฉพาะและความแตกต่างของแบรนด์ เอกลักษณ์ของแบรนด์เองต้องทำให้ผู้คนสัมผัสได้ด้วยเพราะมีการค้นพบว่า”การกระตุ้นทางจิตที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดความเป็นตนเองนั้นสามารถนำไปสู่ความเป็นไปได้ที่ผู้บริโภคจะแสดงออกเมื่อนึกถึงแบรนด์แบรนด์หนึ่ง”[2]

เอกลักษณ์ของแบรนด์คือวิธีที่องค์กรต้องการให้ผู้คนสัมผัสและรับรู้ในตลาด ซึ่งอาจหมายถึงคุณภาพหรือการรับรู้ของผู้คนผ่านการกุศล

ตัวอย่างเช่นแบรนด์ Descended from Odin เป็นแบรนด์เสื้อผ้าขนาดย่อมที่สร้างเอกลักษณ์ผ่านการรับรู้ของผู้คนว่าชาวไวกิ้งเป็นชนเผ่าที่แข็งแกร่ง นั่นทำให้เสื้อผ้าเพื่อการออกกำลังกายของแบรนด์นี้โดดเด่นในตลาดที่มีการแข่งขันสูง พวกเขาสร้างการรับรู้นี้ผ่านชื่อและเน้นย้ำการรับรู้นี้ผ่านแคมเปญการตลาดที่ใช้พรีเซนเตอร์ที่คนรู้จักดีอย่างเบน มัดจ์ ที่เป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวที่สร้างแรงบันดาลใจจากการสู้กับโรคทางพันธุกรรมชื่อ Cystic Fibrosis สิ่งที่แบรนด์ได้ตามมาก็คือเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่สื่อถึงความแข็งแกร่งทั้งกายและใจเมื่อเผชิญกับความทุกข์

เมื่อนึกถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์คุณเองก็ต้องคิดพิจารณาหลายอย่าง คุณอยากให้แบรนด์ไปถึงจุดไหนในอีก 5 (หรือ 10) ปีข้างหน้า นึกถึงวัฒนธรรมของแบรนด์ที่ไม่ใช่แค่ด้านการตลาดแต่รวมถึงที่ทำงานด้วย ที่จะทำให้คุณสามารถระบุโทน จุดยืนของแบรนด์และความสัมพันธ์ของแบรนด์ได้

พิจารณาดูว่าคุณสามารถนำเสนอไอเดียเหล่านี้ได้อย่างไรให้สร้างเอกลักษณ์ผ่านสิ่งต่าง ๆ ของแบรนด์ โดยทำให้ผู้บริโภคเกิดความคุ้นเคยแต่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งของคุณ

เอกลักษณ์ที่ดีของแบรนด์ควรสร้างทุกอย่างที่แบรนด์ต้องการให้คนเห็น ซึ่งนั่นไม่ใช่แค่ชื่อ แต่ยังรวมถึงเครื่องหมายการค้า สี โลโก้ และสโลแกนด้วย

4. วางแผนรูปลักษณ์ของแบรนด์

ภาพลักษณ์ของแบรนด์จะตราตรึงผู้บริโภค ภาพลักษณ์คือการรับรู้ถึงแบรนด์ของลูกค้า คือจุดยืนของแบรนด์ ดังนั้นภาพลักษณ์ของแบรนด์จึงมีมากกว่าแค่ชื่อหรือโลโก้ สามสิ่งหลักที่คุณควรใช้พิจารณาเมื่อนึกถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์คือ:

  1. โลโก้
  2. สโลแกนสั้น ๆ แต่ชัดเจนว่าคุณค่าหลักของแบรนด์คืออะไร
  3. การสร้างอัตลักษณ์ผ่านทางภาพ: ต้องน่าสนใจ เป็นที่น่าจดจำ มีเอกลักษณ์ และที่สำคัญที่สุดคือสม่ำเสมอในการตลาดที่สื่อถึงภาพลักษณ์และอัตลักษณ์ของแบรนด์

นอกจากสามสิ่งนี้แล้ว แบรนด์ยังควรทำให้คนนึกออกง่าย และคุณค่าของแบรนด์ จุดยืนของแบรนด์ และอัตลักษณ์ของแบรนด์ก็ควรชัดเจนด้วย

“แบรนด์ที่จำง่ายแต่ไม่สื่อถึงสัญลักษณ์ ประโยชน์ใช้สอยของแบรนด์ หรือขาดความรื่นรมย์ด้านสุนทรียศาสตร์นั้นมักล้มเหลวในใช้ประโยชน์จากศักยภาพของตนอย่างเต็มที่”[3]ประเด็นที่สื่อตรงนี้คือภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่แกร่งต้องมีควบคู่ไปกับจุดประสงค์ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ต้องทำวห้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้ง่ายด้วยสิ่งที่ผลิตภัณฑ์ของคุณช่วยแก้ปัญหา ภาพลักษณ์ของแบรนด์คือสิ่งที่คนเห็นได้ทันทีเมื่อถูกกระตุ้นด้วยภาพ

ภาพลักษณ์ของแบรนด์สำหรับดิสนีย์ก็คือความสนุก แต่ดิสนีย์ก็มีมรดกหรือสิ่งที่สืบทอดต่อมาด้วย ภาพลักษณ์ของแบรนด์สำหรับแอปเปิล (Apple) ก็คือสินค้าที่มีเอกลักษณ์ แปลกใหม่และมีนวัตกรรมค่ะ

5. ร่างบุคลิกภาพแบรนด์

บุคลิกภาพแบรนด์คือโทนเสียง หน้าตามนุษย์ และมานุษยรูปนิยมที่กระตุ้นการตอบรับทางอารมณ์“การสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับแบรนด์เป็นวิธีหลักวิธีหนึ่งในการสร้างแบรนด์ในโลกปัจจุบัน วิธีหนึ่งที่ทำให้สำเร็จได้ก็คือแมตช์บุคลิกภาพแบรนด์ให้เข้ากับตัวตนของผู้บริโภค”[4]

ตัวอย่างเช่น Dyson ที่เป็นผู้ผลิตเครื่องดูดฝุ่นที่มีนวัตกรรม เป็นวิทยาศาสตร์และชาญฉลาด Dyson ทำให้สิ่งที่น่าเบื่อในชีวิตประจำวันน่าสนใจขึ้นมาได้ผ่านการสร้างแบรนด์ ซึ่งโดนใจผู้บริโภคอย่างเรา

อีกตัวอย่างของบริษัทเครื่องดูดฝุ่นก็คือ Henry Hoovers เจ้านี้ตั้งชื่อเครื่องดูดฝุ่นให้เหมือนชื่อคนและยังมีใบหน้าด้วย แบบนี้ทำให้คนเชื่อมต่อกับแบรนด์ได้ลึกซึ้งกว่า การใช้มนุษย์ในการมีส่วนร่วมทำให้แบรนด์เป็ฯที่น่าจดจำและทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าน่าเบื่อในบ้านกลายเป็นเรื่องน่าสนุก

ความแตกต่างระหว่างภาพลักษณ์และบุคลิกภาพแบรนด์ก็คือภาพลักษณ์ให้ผลประโยชน์และความสัมพันธ์ที่จับต้องได้ แต่บุคลิกของแบรนด์มุ่งเน้นไปที่การสร้างการตอบรับทางอารมณ์เชิงบวกมากกว่า

แหล่งอ้างอิง
  1. Chovanová, H.H., Ivanovich A., & Babčanová, D.  (2015) “Impact of Brand on Consumer Behavior” Procedia Economics and Finance, Vol. 34,  pp. 615-621: https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2212567115016767
  2. Escalas, J.E. (2004a), “Imagine yourself in the product: mental simulation, narrative transportation, and persuasion”, Journal of Advertising, Vol. 33 No. 2, pp. 37-48: http://www.jstor.org/stable/4189256
  3. Jeon, J.E., (2017) “The impact of brand concept on brand equity” Pacific Journal of Innovation and Entrepreneurship Vol. 11 No. 2, 2017 pp. 233-245: https://www.emeraldinsight.com/doi/pdfplus/10.1108/APJIE-08-2017-030
  4. Malär, L., Krohmer, H., Hoyer, W.D. and Nyffenegger, B. (2011), “Emotional brand attachment and brand personality: the relative importance of the actual and the ideal self”, Journal of Marketing, Vol. 75 No. 4, pp. 35 – 52:  https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1057740805700954
Checking business name availability

วิเคราะห์ชื่อแบรนด์

ตรงนี้เรามาดูแบรนด์ชั้นนำระดับโลกกันเพื่อให้เห็นว่าพวกเขาได้ใช้เคล็ดลับและขั้นตอนที่เราพูดถึงกันไปอย่างไรบ้างนะคะ

Google

Google เป็นแบรนด์ชื่อดังที่สุดแบรนด์หนึ่ง ชื่อนี้มาจากการสะกดคำว่า Googol ผิด ซึ่งคำว่า Googol นั้นคือหน่วยตัวเลข 1 x 10^100 นั่นเอง ทาง Google เลือกตั้งชื่อว่า Google ก็ตอนที่กำลังหาคำที่สามารถสื่อถึงการเป็นแหล่งข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลก พอเห็นการสะกดผิดเป็นคำว่า Google ก็รู้สึกติดหูทันที

Disney

Disney ตั้งชื่อตามคุณวอลต์ ดิสนีย์ผู้ก่อตั้งบริษัท ซึ่งคำว่าดิสนีย์นี้เป็นชื่อที่ค่อนข้างแปลกจนโดดเด่นเป็นชื่อแบรนด์ ความหมายและบุคลิกของคำนี้กลายเป็นคำพ้องความหมายของคำว่าความบันเทิงไปแล้ว ที่ผ่านมาทางสตูดิโอก็ได้สร้างความเชื่อมั่นด้วยการผลิตแอนิเมชันคุณภาพสูง ทดลองสิ่งใหม่ ๆ ด้วยเทคโนโลยีจนทำให้ดิสนีย์สตูดิโอเป็นผู้นำในวงการบันเทิง แบรนด์ดิสนีย์ตอนนี้ทั้งน่าเชื่อถือ มีมรดกของตัวเอง เป็นสื่อความบันเทิงต้นฉบับคุณภาพสูง และมาตรฐานสูง

verizon-businessnamegenerator

Verizon

Verizon เป็นการผสมคำสองคำเข้าด้วยกัน คือคำว่า ‘veritas’ แปลว่าความจริงในภาษาละตินกับคำว่า Horizon หรือเส้นขอบฟ้าในภาษาอังกฤษ การผสมคำสองคำนี้เป็นการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนของแบรนด์ซึ่งเป็นบริษัทด้านการสื่อสารและคมนาคม คำว่า Horizon สื่อถึงความยิ่งใหญ่ของบริษัท และ veritas บอกเป็นนัยว่าแบรนด์นี้น่าเชื่อถือ แถมภาษาละตินยังเพิ่มความมีระดับให้กับชื่อด้วย ผลที่ได้ก็คือจำง่าย มีเอกลักษณ์และทรงพลังอย่างมาก

Lululemon

Lululemon – คนที่ Lululemon ทำในสิ่งที่แตกต่างออกไปตอนที่ตั้งชื่อแบรนด์ของพวกเขา ตอนแรกพวกเขาคิดว่าจะตั้งชื่อที่ดึงดูดตลาดญี่ปุ่นด้วยการตั้งชื่อให้ออกเสียงยากในภาษาญี่ปุ่น ด้วยความที่ภาษาญี่ปุ่นไม่มีเสียงตัว L หรือ ล.ลิง พวกเขาจึงคิดว่าแบรนด์น่าจะฟังดูเป็นแบรนด์อเมริกาเหนือแท้ ๆ และทำให้โดดเด่น กลายเป็นว่าการออกเสียงตัว L นี้ทำให้ชื่อแบรนด์ออกเสียงสนุกในภาษาอังกฤษจนได้ลูกค้าชาวตะวันตกไปเพียบ

Nike

Nike มีการสับเปลี่ยนอะไรมากมายก่อนจะมาเป็นแบรนด์ที่เรารู้จักคุ้นเคยกันดีทุกวันนี้ นั่นยิ่งตอกย้ำไปอีกว่าการตั้งชื่อแบรนด์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ตอนแรก คุณบิล บาวเวอแมนและคุณฟิล ไนท์ผู้ก่อตั้งอยากให้บริษัทชื่อว่า Dimension 6 จนมาเปลี่ยนเป็นไนกี้เมื่อปี 1971 ไนกี้เป็นเทพกรีก เทพีแห่งชัยชนะ เห็นชื่อนี้ก็รู้เลยว่ามันลงตัวเพราะทั้งสั้น จำง่ายและหมายถึงชัยชนะของคนที่สวมใส่ ส่วนโลโก้ไนกี้ก็จำง่ายและชัดเจน สื่อถึงความเคลื่อนไหวในดีไซน์

Amazon Logo

Amazon

ในปี 1995 Jeff Bezos อยากตั้งชื่อบริการส่งสินค้าว่า Cadabra แต่มีคนบอกเขาว่ามันฟังเหมือนคำว่า Cadaver ที่แปลว่าห้องเก็บศพ เพื่อเลี่ยงการตีความผิด ๆ พวกเขาเลยเปลี่ยนชื่อเป็น Amazon ซึ่งเป็นแม่น้ำสายที่กว้างที่สุดในโลกแทน สาเหตุที่เปลี่ยนก็คือแม่น้ำหรือน้ำนั้นเป็นหนทางการคมนาคมขนส่งสินค้าที่มีประสิทธิภาพที่สุดมาตั้งแต่โบราณกาล

Generating business name ideas

แรงบันดาลใจการตั้งชื่อแบรนด์

ต่อไปก็จะเป็นไอเดียชื่อแบรนด์ที่ฉันคิดขึ้นมาสำหรับหลายอุตสาหกรรม เผื่อว่าคุณจะได้ไอเดียขั้นตอนการตั้งชื่อไปบ้างนะคะ

  • Edge Technologies: A simple name like Edge is easy to remember and has clear connotations in the technology industries. It is a statement of advanced innovative products that have an edge over competitors. However, it’s not entirely unique as there are several high profile products by Samsung – namely the Galaxy Edge – already in the market. A variation of this though could be an interesting place to start.
  • Daemon: This is an interesting word. In Greek mythology it means an inner spirit or guiding force. In technology it is a subprogram is that runs as a background process, rather than being under the direct control of an interactive user. Because of the plurality of meaning it stands out as a name.
  • Paramore: By combining the words parameter and more you are suggesting an ever extending range of possibilities. On top of this a paramour is a loved one, which adds implications of intimacy to the brand identity.
  • Blended Flavours: A straightforward name for a food business. Blended flavours has positive connotations of unique and new flavours.
  • Bubblicious: Combining bubbles and delicious. This would make an interesting name for a fizzy drink company aimed at children. However, the childish nature of the name is limiting in the possibilities down the line.
  • Activate: Active, activate. As a sports goods name this acts as command, seemingly telling people to activate their sporty side. This opens up quite hard line marketing possibilities around the idea of people achieving their goals.
  • Sword and Shield: This would work as a men’s sportswear brand. It reference old weapons that are in our current society romanticised.
    Eros: The roman God of love. For a beauty brand this name would speak directly to the consumers desires.
  • Mi Amor: An extension of the idea of Eros, this translates as My Love. It is possessive and almost comes off as an command. Again as a beauty brand this speaks to the consumers desires.
  • Advocate: An advocate is a friend and supporter. As a clothing brand this implies an interesting message. Are the clothes advocates for you, supporting your fashion sense. Or are you advocates for the brand. By working both ways it subtly involves the consumer with the brand on a deeper level.
Writer Ashley

แอชลีย์ ส.
ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์และการตลาด

ข้อควรจำส่งท้ายเมื่อตั้งชื่อแบรนด์!

เราได้ไปดูกันแบบกว้างมาพอสมควรและได้นำเสนอไอเดียเพื่อช่วยคุณพิจารณาการตั้งชื่อแบรนด์ของคุณไปแล้ว ถ้าคุณอาจมาถึงตรงนี้ แันก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณก้าวเข้าไปหาชื่อแบรนด์เนมที่เพอร์เฟ็กต์ได้ใกล้ไปอีกขั้นนะคะ

หากคุณยังไม่ได้อะไรไปเลย ขอให้เข้าใจว่าแบรนด์คุณประกอบด้วยหลายสิ่งอย่างที่มากกว่าชื่อ ชื่อแบรนด์เป็นแค่จุดเริ่มต้น เป็นเพียงพื้นฐานก่อนที่คุณจะสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์ ชื่อแบรนด์ของคุณต้องเชื่อต่อกับกลุ่มเป้าหมายได้จนถึงระดับอารมณ์ ชื่อควรมีเอกลักษณ์ จำง่ายและสื่อบุคลิกและข้อความเบื้องหลังแบรนด์ด้วย

พยายามไม่ยึดติดกับเพียงเฉพาะที่เกี่ยวกับตัวสินค้าหรือพื้นที่ แต่ลองคิดเรื่องการสร้างการเชื่อมโยงเชิงบวก เลี่ยงชื่อที่จืดชืดน่าเบื่อหรือชื่อที่ออกเสียงยากท้ายที่สุดคือดูการแปลความหมายของชื่อนั้นในภาษาอื่นเพราะคุณคงไม่อยากให้ชื่อแบรนด์ของคุณเป็นอุปสรรค์ต่อตลาดในต่างประเทศ

Share your business name ideas
guest
0 Comments